ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า หากในวันใดวันหนึ่งถนนเส้นเดียว ที่คุณ ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจและการค้า ได้รับผลกระทบจนใช้งานไม่ได้เลย โครงสร้างธุรกิจและรายได้ทั้งหมด ของคุณ จะเกิดความสั่นคลอนในระดับใด นี่คือ ภาพจำลองของวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น บนเวทีการเมืองและเศรษฐกิจโลก และมัน พร้อมที่จะพลิกโฉมหน้า ของอุตสาหกรรมพลังงาน อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
รัฐมหาอำนาจด้านพลังงานอย่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่เรา คุ้นเคยกันดีในนามของ UAE กำลังเร่งเครื่องอย่างเต็มกำลังในการ สร้างระบบท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ ที่ มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง เส้นทางยุทธศาสตร์ของพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งมีนัยสำคัญในการ "หลบหลีก" วิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อันตรายที่สุด หลังจากที่ รัฐบาลอิหร่านทำการตอบโต้ด้วยการ ควบคุมการสัญจรผ่านน่านน้ำดังกล่าว เพื่อ ตอบโต้และแสดงจุดยืนต่อ ความร่วมมือด้านความมั่นคงของสหรัฐและอิสราเอล ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เรื่องของการเมืองโลกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรา ที่คนทำมาหากินจะมองข้ามไปได้ แต่มันคือ บทเรียนการบริหารจัดการชั้นยอด ที่ คนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการยุคปัจจุบัน ต้องนำมาประยุกต์ใช้เพื่อความอยู่รอด เนื่องจาก แนวคิดในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ คือ หัวใจสำคัญของการนำพาองค์กร ท่ามกลางความผันผวนของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน
เมื่อทางเลือกเดียวคือความเสี่ยงสูงสุด บทเรียนการกระจายความเสี่ยงระดับโลก
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ช่องแคบฮอร์มุซ คือน่านน้ำยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญที่สุด ซึ่งใน สถานการณ์การค้าในเกณฑ์ปกติ ปริมาณน้ำมันดิบเกือบหนึ่งในห้าของโลก จำเป็นต้องเคลื่อนผ่านช่องทางขนาดเล็กนี้ ในทุกๆ วันอย่างไม่มีทางเลือก ทว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ปิดเส้นทางลำเลียง ราคาขายปลีกและขายส่งน้ำมันจะดีดตัวสูงอย่างรุนแรง สร้างความยากลำบากให้กับอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ ต้องเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตต้นทุน และ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคการผลิตอื่นๆ
หากมองย้อนกลับไปจะพบว่า ยูเออี มองเห็นสัญญาณเตือนภัยและภัยคุกคามนี้มานานแล้ว นั่นจึงเป็น ที่มาของการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ในการ สร้างท่อส่งน้ำมันฮับชาน-ฟูไจราห์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ ซึ่งช่วยให้ประเทศสามารถ ขนถ่ายน้ำมันได้สูงถึง 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยตรงสู่ท่าเรือด้านนอกโดยไม่ต้องง้อ พื้นที่เสี่ยงภัยของช่องแคบฮอร์มุซเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันพวกเขายังเร่งยกระดับโครงการ ให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจากฐานเดิม เพื่อผลักดันให้ท่าเรือฟูไจราห์สามารถ มีขีดความสามารถในการจัดจำหน่ายได้สูงสุดถึง 3.6 ล้านบาร์เรลในแต่ละวัน ภายในปี 2027 ที่กำลังจะมาถึงนี้
หากวิเคราะห์ในแง่การบริหารจัดการองค์กรสำหรับคนรุ่นใหม่ การที่เรายึดติดอยู่กับช่องทางสร้างรายเดิมๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากการที่คุณพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่รายเดียว ที่คุมชะตากรรมทางการเงินส่วนใหญ่ของธุรกิจเอาไว้ ในสภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตและทุกอย่างราบรื่นสิ่งนี้ย่อมดูสวยงาม ตราบใดที่ไม่มีอุปสรรคหรือความขัดแย้งเกิดขึ้น ทว่าในวันที่พันธมิตรรายนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือประสบวิกฤต องค์กรของคุณย่อมหลีกเลี่ยงความล้มเหลวได้ยาก ดังคำกล่าวที่ว่า "การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่สิ่งที่เป็นทางเลือกเสริม" แต่คือหลักการพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีเพื่อความอยู่รอด
เมื่อเวลาไม่เคยรอใคร ถอดรหัสความรวดเร็วในการบริหารงานระดับโลก
ประเด็นสำคัญอีกหนึ่งประการที่น่าสนใจ คือเรื่องของความเฉียบขาดและความรวดเร็ว โดยผู้นำระดับสูงอย่างมกุฎราชกุมารแห่งรัฐอาบูดาบี ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการให้องค์กรพลังงาน อย่าง ADNOC เร่งรัดและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานนี้ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังทวีความรุนแรง
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ความเฉียบขาดในการเลือกทิศทางคือเครื่องมือสร้างความสำเร็จ น่าเสียดายที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากมักจะติดกับดัก ความกลัวและความลังเลจนสูญเสียโอกาสทองไป หลายคนเลือกที่จะรอให้ทุกปัจจัยเอื้ออำนวยอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นก้าวแรกในการทำธุรกิจ ทว่าในสมรภูมิธุรกิจที่แท้จริงนั้น โอกาสที่ดีและผลตอบแทนที่คุ้มค่ามักจะเปิดรับ ในเวลาที่มีการคาดการณ์และข้อมูลรองรับในระดับหนึ่ง
หากพิจารณาให้ดีจะพบว่ายูเออีไม่ได้ นอนใจและรอให้วิกฤตการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลงไปเอง แต่พวกเขาเลือกที่จะลงทุนและลงมือสร้างรากฐานทันที เนื่องจากตระหนักดีว่าการปล่อยให้อนาคตขึ้นอยู่กับโชคชะตา คือการทำลายโอกาสในการแข่งขันและสร้างความเสียหายในระยะยาว
ถอนตัวจากโอเปก (OPEC) พลิกเกมสู่การเป็นอิสระเพื่อการเติบโตที่ไม่จำกัด
อีกหนึ่งก้าวเดินเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างความสั่นสะเทือน และอาจมีคนจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามความสำคัญไป คือนโยบายการประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการ ขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดสถานะสมาชิกภาพที่ยาวนาน
การสิ้นสุดพันธนาการจากข้อจำกัดของกลุ่ม OPEC ในครั้งนี้ ส่งผลให้ทาง UAE ไม่จำเป็นต้องผูกมัดตัวเอง จากข้อจำกัดและเพดานการผลิตน้ำมันดิบ ที่ถูกครอบงำและกำหนดทิศทางโดยพี่ใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบีย ทำให้ในปัจจุบันพวกเขามีอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ ในการกำหนดกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ โดยกำหนดเป้าหมายเชิงรุกเพื่อผลักดันยอดการผลิต ให้สูงขึ้นถึงระดับ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2027
เมื่อนำเรื่องนี้มาพิจารณาในบริบทของการสร้างธุรกิจ บางครั้งการเลือกที่จะฝังตัวอยู่กับกลุ่มพันธมิตร หรือระบบโครงสร้างเดิมที่มองดูภายนอกว่ามีความมั่นคง read more แท้จริงแล้วอาจจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่คอยเหนี่ยวรั้ง และบั่นทอนศักยภาพที่แท้จริงในการพัฒนาองค์กรของคุณ หากคุณประเมินแล้วพบว่าข้อตกลงหรือโครงสร้างเดิม การตัดสินใจก้าวออกมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงภายนอก อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการแสวงหาความสำเร็จในระยะยาว ถึงแม้จะต้องเจอกับความท้าทายและอุปสรรคในช่วงเริ่มต้น แต่ในระยะยาวมันจะช่วยเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ และอิสรภาพในการนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
พันธมิตรเชิงกลยุทธ์และการจับมือกับอินเดีย บทเรียนการสร้างความสัมพันธ์แบบวิน-วิน
นอกเหนือไปจากการทุ่มงบประมาณในการสร้างท่อส่งน้ำมัน ทางรัฐบาลยูเออียังได้เดินหน้าสร้างข้อตกลง และยกระดับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างอินเดีย อย่างใกล้ชิดและจริงจังในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงอาบูดาบี Of ผู้นำรัฐบาลอินเดีย นเรนทรา โมดี สองประเทศได้ร่วมมือกันลงนามในข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์ ในการอนุญาตให้ยูเออีสามารถฝากและสำรองพลังงาน ในปริมาณที่สูงถึง 30 ล้านบาร์เรล ในระบบคลังความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอินเดีย
รูปแบบความร่วมมือในลักษณะนี้คือภาพสะท้อน ที่มีการแลกเปลี่ยนคุณค่าซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์ ประโยชน์ที่ทางฝั่ง UAE จะได้รับโดยตรงคือ สถานที่ฝากน้ำมันที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นเลิศ และอยู่ห่างไกลจากความผันผวนของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกันประโยชน์ที่ตกอยู่กับฝั่งอินเดีย คือการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวให้กับประเทศ และมีกลไกสำคัญในการปกป้องระบบเศรษฐกิจของตน กับการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทเรียนทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องจดจำ คือการมองหาและสร้างพันธมิตรที่แท้จริง ไม่ใช่เรื่องของการเอารัดเอาเปรียบหรือเน้นผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการค้นหาหุ้นส่วนที่มีปัญหาหรือความต้องการที่ตรงกัน โดยที่คุณสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือและแก้ไขข้อจำกัดให้เขาได้ และในเวลาเดียวกัน เขาก็มีทรัพยากรที่จะช่วยยกระดับธุรกิจของคุณได้ ความสัมพันธ์และระบบเครือข่ายทางธุรกิจที่ยั่งยืน ต้องเกิดจากกระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยไม่มีผู้ใดต้องตกเป็นเบี้ยล่างในเกมการค้านั้นๆ
วิสัยทัศน์ระยะยาวจับตาตลาดเอเชีย ขุมทรัพย์พลังงานที่ไม่มีวันหมดอายุ
อีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือวิสัยทัศน์ การที่ประเทศ UAE เลือกที่จะวางตำแหน่งทางการค้า ของตนเองให้เป็นผู้จัดหาพลังงานที่มีความยืดหยุ่น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีอัตราการบริโภคน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ในปริมาณมหาศาลและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับสภาวะการณ์ในซีกโลกตะวันตก เริ่มมีการปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนผ่านนโยบาย พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง แต่สำหรับตลาดเอเชียนั้น ความต้องการใช้งานน้ำมันดิบ จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปอีกหลายทศวรรษ
ดังนั้นการเลือกโฟกัสกลุ่มเป้าหมายในทวีปเอเชีย รวมถึงการจับมือเป็นภาคีเครือข่ายกับยักษ์ใหญ่อย่างอินเดีย จึงนับเป็นการวางหมากและเดิมพันที่เฉียบคมและชาญฉลาด เพราะแทนที่พวกเขาจะดันทุรังเข้าไปแข่งขัน ในส่วนตลาดที่กำลังมีแนวโน้มหดตัวและลดความนิยมลง ทางยูเออีกลับเลือกที่จะขึ้นเป็นผู้นำและยึดครองพื้นที่ ในพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก
บทสรุปส่งท้าย สิ่งที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องนำไปปรับใช้ในองค์กร
จากการศึกษาเรื่องราวและมหากาพย์การเดินทางของ UAE รวมถึงความเร็วในการสร้างท่อส่งน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงวิกฤต มีข้อคิดและแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่และคนทำงานยุคปัจจุบัน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเอง:
ท้ายที่สุดนี้ คำถามสำคัญที่คุณต้องกลับมาทบทวน ในโครงสร้างการทำงานหรือโมเดลธุรกิจปัจจุบันของคุณ มีพื้นที่เสี่ยงภัยที่พร้อมจะสร้างความเสียหายรุนแรง แฝงอยู่และพร้อมที่จะปะทุขึ้นมาเมื่อเกิดวิกฤตหรือไม่? ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณจะเริ่มลงมือสร้างระบบสำรอง เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยและความยั่งยืนให้กับธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง?